เรื่องน่าใจและความรู้เกี่ยวกับจิตรกรรมที่เก่าแก่ที่ได้ค้นพบ

jittagrammm

jittagrammm

จิตรกรรมที่เก่าที่สุดถูกค้นพบในถ้ำโชเวท์ (Grotte Chauvet) ได้ถูกพบเจอในประเทศฝรั่งเศสโดยนักประวัติศาสตร์ได้ทำการตรวจเช็คและได้กล่าวว่ามีอายุราว 32,000 ปีซึ่งเป็นภาพที่แกะและทาสารสีแดงและดำเป็นภาพสิงโต,ควาย,แรด,ช้าง แมมมอธ,มนุษย์,ม้า โดยเป็นรูปร่างและท่าทางกำลังทำการล่าสัตว์อย่าดุเดือด นอกจากประเทศฝรั่งเศสแล้วจิตรกรรมผนังถ้ำยังมีภาพแบบนี้อยู่ทั่วโลกภายในถ้ำต่างๆ เช่น ประเทศโปรตุเกส,สเปน,ฝรั่งเศส,ออสเตรเลีย,จีน,อินเดียและยังมีอีกหลายๆประเทศที่ยังไม่ได้ไปพิสูจน์ เพราะเหตุนี้ถึงเป็นสาเหตุที่เขียนความหมายของภาพที่แตกต่างกันไปเพราะแต่ละภาพนั้นมีความหมายต่างกัน มนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์อาจจะเขียนภาพสัตว์เพื่อที่จะยึดเอาวิญญาณของสัตว์เพื่อทำให้ยุคต่อมาทำการล่าสัตว์ได้ง่ายขึ้นเพราะภาพนั้นได้อธิบายความหมายเกี่ยวกับการล่าหรืออาจจะเป็นความต้องการธรรมดาชาติพื้นฐานของมนุษย์ที่ต้องการแสดงออกหรืออาจจะเป็นการเขียนเพื่อนเป็นการสื่อความหมายที่มีประโยชน์ก็เป็นได้หรืออาจจะเป็นการเขียนเพื่อสักการะธรรมดาชาติรอบข้าง

ในโพงวัวของลาส์โกซ์ในดอร์ดอญในฝรั่งเศสนั้นจะมีจิตรกรรมผนังถ้ำโดยทุกคนส่วนมากจะรู้จักกันดีที่สุดในภาพเขียนระหว่าง 15,000 – 10,000 ก่อนคริสต์ศักราช ความหมายของการเขียนไม่เป็นที่ทราบ ตัวถ้ำไม่ได้อยู่ในบริเวณที่อยู่อาศัยของผู้วาดซึ่งอาจจะหมายถึงว่าเป็นสถานที่ที่ใช้เฉพาะฤดูในประเพณีอย่างใดอย่างหนึ่ง สัตว์แต่ละตัวก็มีเครื่องหมายโดยอาจจะมีความหมายทางเวทมนตร์แต่เรื่องพวกนี้ไม่สามารถที่จะทำการพิสูจน์ได้ ซึ่งสัญลักษณ์ที่คล้ายลูกศรในลาส์โกซ์นั้นบางครั้งอาจจะโดนตีความหมายไปกันว่าเป็นปฏิทินหรือหนังสืออัลมาแนค แต่เพราะสาเหตุนี้เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอในการที่จะใช้พิสูจน์และสรุปได้อย่างเป็นรูปเป็นร่างและแน่นอน เพราะเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่เหนือธรรมชาติ

สาระน่ารู้และสิ่งที่ ปาโบล ปิกัสโซ ทำเกี่ยวกับอะไร

uieajgiohgoew

uieajgiohgoew

ปาโบล รุยซ์ ปีกัสโซ (Pablo Ruiz Picasso) โดยเป็นบุคคลที่เป็นจิตรกรเอกของโลก ซึ่งเป็นบุคคลโดยที่นิตยสาร TIME ยกย่องให้เป็นถึงศิลปินที่มีพรสวรรค์ในการโดยที่มีความคิดสร้างสวรรค์มากที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ปิกัสโซนั้นเกิดในวันที่ 25 ตุลาคม ปี1881 เกิดที่เมือง มาลากา แคว้นอันดาลูเซียทางตอนใต้ของประเทศสเปนซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของดอนโคเซ รุยซ์ อี บลัสโก ค.ศ. 1838-1913 กับมารีอา ปีกัสโซ อี โลเปซ โดยเป็นบิดาและเป็นถึงครูสอนศิลปะในมหาวิทยาลัย ซึ่ง ปิกัสโซ นั้นจะมีงานที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยแต่มีอย่างหนึ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคือเอกลักษณ์ของศิลปะ ซึ่งการที่เปลี่ยนแปลงทิศทางของรูปแบบของผลงานเพราะมีแรงบันดาลใจมากจาก เฟอร์มานเดอ โอริเวียร์ (Fernande Olivier) ซึ่งเป็นรักแรกของ ปิกัสโซ แล้วได้ทำการแต่งงานครั้งที่ 2 กับแจ็คเกอรีน โร๊ค ในปีค.ศ. 1961 ในเวลาต่อมาเขาได้จบชีวิตศิลปินในวันที่ 8 เมษายน ปีค.ศ. 1973 และได้เสียชีวิตในวัย 91 ปี

ในยุคสีชมพูนั้น

เป็นช่วงที่อยู่ในระหว่างปี ค.ศ. 1904-1906 ซึ่งเป็นภาพที่วาดด้วยโทนสีที่สดใสด้วยโทนสีส้ม สีชมพูและสีเนื้อซึ่งเป็นโทนสีที่ตรงข้ามกันยุคสีน้ำเงิน ซึ่งในช่วงปี 1904 โดยช่วงนี้เข้าได้มีความสุขมากกับความสัมพันธ์กับคนรักคนแรกของเขานางมีชื่อว่า เฟอร์นานเดอ โอริเวียร์ Fernande Olivier ซึ่งได้เพิ่มสภาพจิตใจให้ดีขึ้นอย่างมากแล้วเป็นสาเหตุที่ทำให้งานของเขาได้มีการเปลี่ยนแปลงเพราะเขามักจะวาดภาพในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับลวดลายข้าวหลามตัดนักแสดง แล้วเป็นตัวตลกเท่านั้น งานของเขาจึงมีผู้คนมองแบบสงสัยว่าเพราะเหตุอะไรที่ทำให้งานของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมพอผู้คนได้รู้เรื่องความรักของเขาจึงได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง

เรื่องน่ารู้ของรูปภาพโมนาลิซา (Mona Lisa) และความเป็นมาของรูปภาพ

rgsergre165465

rgsergre165465

ที่มาของคำว่า โมนา (Mona) ในภาษาอิตาลีนั้นแปลว่า มาดอนนา (Madonna) คุณผู้หญิง (My lady) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ มาดาม (Madam) เพราะเหตุนี้ความของชื่อนั้นก็คือ มาดาม ลิซา ซึ่งในสมัยปัจจุบันบางครั้งก็มีคนเรียกว่า มอนนา ลิซา (Monna Lisa)

ที่มาของคำว่า โมนาลิซามาจากการตั้งชื่อขึ้นโดย จอร์โจ วาซารี (Giorgio Vasari) เป็นศิลปินและเป็นนักชีวประวัติชาวอิตาลี โดยหลังที่ ดา วินชี ได้เสียชีวิตไปในวัย 31 ปีเท่านั้น ก็มีหนังสือที่เขาตีพิมพ์นั้นเขาได้ระบุถึงผู้หญิงที่นั่งอยู่ในรูปภาพนั้นคือ ลีซา เกอราร์ดีนี ซึ่งเป็นภรรยาของขุนนางและยังเป็นนักธุรกิจที่ล่ำรวยมหาศาล โดยที่เขาเป็นคนชาวฟลอเรนซ์มีชื่อว่า ฟี่รเชสโก เดล โจกอนโด (Francesco del Giocondo)

โมนาลิซา (Mona Lisa) หรือที่ได้จักอีกชื่อหนึ่งว่า ลาโจกอนดา (La Gioconda) หรือ ลาโชกงด์ (La Joconde) เป็นภาพวาดสีน้ำมันภาพแรกของโลกเลยทีเดียวโดยมีความสูง 77 เซนติเมตร กว้าง 53 เซตติเมตร ซึ่งภาพนี้ได้วาดโดย สุชญา ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ระหว่างค.ศ. 1503 ถึงปี ค.ศ. 1507 เป็นภาพที่ดังและมีชื่อเสียงในระดับโลกเลยทีเดียวเพราะเป็นภาพแรกที่ใช้วาดด้วยสีน้ำมัน และเป็นที่รู้จักกันในภาพสุภาพสตรีที่มีรอยยิ้มอันเป็นปริศนา ที่ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเธอรู้สึกอะไรในตอนนั้น จะยิ้ม หรือ ร้องไห้ หรือ หัวเราะ ปัจจุบันนั้นอยู่ในความครอบครองของรัฐบาลประเทศฝรั่งเศสและได้เก็บรักษาอย่างดีภายในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Musée du Louvre) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

โดยทฤษฎีสมทบทั้งหมดได้กล่าวเหมือนกันว่าการวาดภาพนี้ ดา วินซี ตั้งใจจะวาดภาพของตนเองให้เป็นหญิง และภาพวาดชิ้นนี้เมื่อได้ส่องกับกระจกแล้วจะพบว่ามุมการมองบภาพรู้สึกเป็นธรรมดาชาติมากและไม่มีความแตกต่างกันจากการมองปกติโดย ดา วินซี ได้เผยภาพเขียนที่จิตรกรโดยจะคิดว่าสวยงามในทุก ๆ ด้านแล้วทำให้ต้องการพิจารณาภาพในกระจก โดนการฉายรังสีที่ภาพวาดนั้นทำให้พบว่าภาพเขียนนี้ถูกซ่อนเจตนาที่แท้จริงและภาพเขียนนั้นได้ถูกเขียนทับอีกด้วยโดยมีอะไรหลายอย่างแอบแฝงอยู่